การศึกษาสัมฤทธิ์ผลของสมุนไพรหญ้าหนวดแมวในการละลายนิ่วไต  การศึกษาสัมฤทธิ์ผลของสมุนไพรหญ้าหนวดแมว ในการละลายนิ่วไตเปรียบเทียบกับยาโซเดียม โพแทสเซียม ซิเตรท
อมร เปรมกมล*,วัฒนะ ดิฐสถาพรเจริญ* ,ศรีน้อย มาศเกษม*,นฤมล สินสุพรรณ*,พจน์ ศรีบุญลือ**, ชลิดา อภินิเวศ***
* ภาควิชาเวชศาสตร์ชุมชน **ภาควิชาชีวเคมี *** ภาควิชารังสีวิทยา บทคัดย่อ
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบสัมฤทธิผลของสมุนไพรหญ้าหนวดแมวเปรียบเทียบกับยา sodium potassium citrate (SPC) ในการลดขนาดนิ่วไต ผู้ป่วยนิ่วไต 48 คน ที่ได้รับการวินิจฉัยโดยอุลตราซาวด์ที่อาศัยอยู่ในชุมชนและสมัครใจเข้าร่วม ทำการ แบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม โดยวิธีสุ่ม ทั้ง 2 กลุ่มจะได้รับการติดตามเป็นเวลา 18 เดือน กลุ่ม G1 ได้รับชาวันละ2ครั้ง เช้าและเย็น จากชาหญ้าหนวดแมวบดแห้ง 2.5 กรัม ชงในน้ำร้อน 250 ซี กลุ่ม G2 จะได้รับยา SPC ปริมาณ 5-10 กรัม ละลายในน้ำ โดยแบ่งให้รับประทานวันละ 3 เวลา ทั้งสองกลุ่มจะได้รับการนัดหมายให้มาทำการรับยาต่อ ทุกๆ 5-7 สัปดาห์ และรับการตรวจอุลตราซาวด์ ตรวจปัสสาว ทำการบันทึกภาพ อุลตราซาวด์โดยวีโอเทป ขนาดนิ่วที่ลดลงจะคำนวณเป็นอัตราลดขนาดต่อปี ซึ่งได้ค่าเฉลี่ย± ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) เป็น 28.6±16.0% และ 33.8±23.6% ต่อปี สำหรับกลุ่มG1 และG2 ตามลำดับ ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นำกลุ่ม G1 และ G2 มารวมกันและแบ่งอัตราการลดขนาดออกเป็น 3 กลุ่มย่อย โดยกลุ่ม A มีค่าอัตราการลดขนาดมากกว่า mean+0.5 SD ระดับ M มีอัตราการลดขนาดต่อปีในช่วง mean±0.5 SD และระดับ B มีอัตราการลดขนาด น้อยกว่า mean-0.5 SD พบว่าในกลุ่ม B จะมี แคลเซียม และ กรดยูริก ในปัสสาวะสูงกว่ากลุ่มอื่นๆอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในส่วนของอาการทางคลินิกพบว่าทั้งสองกลุ่ม หลังการการรักษาประมาณ 2 เดือน อาการที่มีในตอนเริ่มต้น ได้แก่ ปวดหลัง ปวดศีรษะ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ จุกแน่นท้อง อ่อนเพลีย เป็นต้นลดลงกว่า 90% ส่วนอาการข้างเคียงพบในกลุ่ม G2 26.3% โดยมีอาการอ่อนเพลีย ไม่อยากรับประทานอาหาร ไม่พบอาการข้างเคียงในกลุ่มG1
การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการรักษานิ่วไตด้วยสมุนไพรหญ้าหนวดแมวน่าเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษานิ่วไตในอีสาน อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อจะเพิ่มอัตราการละลายนิ่วในกลุ่มซึ่งมีอัตราการละลายต่ำต่อไป อ่านต่อ reserch_or1.doc ( 01.04.2006 21:20)
การศึกษานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเปรียบเทียบสัมฤทธิผลของสมุนไพรหญ้าหนวดแมวเปรียบเทียบกับยา sodium potassium citrate (SPC) ในการลดขนาดนิ่วไต ผู้ป่วยนิ่วไต 48 คน ที่ได้รับการวินิจฉัยโดยอุลตราซาวด์ที่อาศัยอยู่ในชุมชนและสมัครใจเข้าร่วม ทำการ แบ่งกลุ่มเป็น 2 กลุ่ม โดยวิธีสุ่ม ทั้ง 2 กลุ่มจะได้รับการติดตามเป็นเวลา 18 เดือน กลุ่ม G1 ได้รับชาวันละ2ครั้ง เช้าและเย็น จากชาหญ้าหนวดแมวบดแห้ง 2.5 กรัม ชงในน้ำร้อน 250 ซี กลุ่ม G2 จะได้รับยา SPC ปริมาณ 5-10 กรัม ละลายในน้ำ โดยแบ่งให้รับประทานวันละ 3 เวลา ทั้งสองกลุ่มจะได้รับการนัดหมายให้มาทำการรับยาต่อ ทุกๆ 5-7 สัปดาห์ และรับการตรวจอุลตราซาวด์ ตรวจปัสสาว ทำการบันทึกภาพ อุลตราซาวด์โดยวีโอเทป ขนาดนิ่วที่ลดลงจะคำนวณเป็นอัตราลดขนาดต่อปี ซึ่งได้ค่าเฉลี่ย± ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (SD) เป็น 28.6±16.0% และ 33.8±23.6% ต่อปี สำหรับกลุ่มG1 และG2 ตามลำดับ ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ นำกลุ่ม G1 และ G2 มารวมกันและแบ่งอัตราการลดขนาดออกเป็น 3 กลุ่มย่อย โดยกลุ่ม A มีค่าอัตราการลดขนาดมากกว่า mean+0.5 SD ระดับ M มีอัตราการลดขนาดต่อปีในช่วง mean±0.5 SD และระดับ B มีอัตราการลดขนาด น้อยกว่า mean-0.5 SD พบว่าในกลุ่ม B จะมี แคลเซียม และ กรดยูริก ในปัสสาวะสูงกว่ากลุ่มอื่นๆอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ในส่วนของอาการทางคลินิกพบว่าทั้งสองกลุ่ม หลังการการรักษาประมาณ 2 เดือน อาการที่มีในตอนเริ่มต้น ได้แก่ ปวดหลัง ปวดศีรษะ ปวดข้อ ปวดกล้ามเนื้อ จุกแน่นท้อง อ่อนเพลีย เป็นต้นลดลงกว่า 90% ส่วนอาการข้างเคียงพบในกลุ่ม G2 26.3% โดยมีอาการอ่อนเพลีย ไม่อยากรับประทานอาหาร ไม่พบอาการข้างเคียงในกลุ่มG1
การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่าการรักษานิ่วไตด้วยสมุนไพรหญ้าหนวดแมวน่าเป็นทางเลือกที่ดีในการรักษานิ่วไตในอีสาน อย่างไรก็ตามควรมีการศึกษาวิจัยเพิ่มเติมเพื่อจะเพิ่มอัตราการละลายนิ่วในกลุ่มซึ่งมีอัตราการละลายต่ำต่อไป |